ไข้หวัดคืออะไร?
ไข้หวัด (Common Cold) เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่เกิดจากเชื้อไวรัสหลากหลายชนิด โดยเชื้อที่พบบ่อยคือ Rhinovirus อาการของไข้หวัดธรรมดามักไม่รุนแรงและสามารถหายเองได้ภายใน 7-10 วัน
อาการของไข้หวัด
ไข้หวัด มักไม่ส่งผลกระทบร้ายแรงและไม่ค่อยมีภาวะแทรกซ้อน อย่างไรก็ตาม อาการอาจรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันได้
ไข้หวัดใหญ่คืออะไร?
ไข้หวัดใหญ่ (Influenza หรือ Flu) เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่เกิดจากเชื้อไวรัส Influenza Virus ซึ่งแบ่งออกเป็นหลายสายพันธุ์ เช่น ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A, B และ C โดยเฉพาะสายพันธุ์ A และ B ที่มักทำให้เกิดการระบาดใหญ่ทุกปี
อาการของไข้หวัดใหญ่
ไข้หวัดใหญ่ สามารถทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบ ไซนัสอักเสบ หรือภาวะหัวใจล้มเหลวในกลุ่มเสี่ยงโดยเฉพาะในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว
การป้องกันไข้หวัดธรรมดาและไข้หวัดใหญ่
การป้องกันไข้หวัดธรรมดา
การป้องกันไข้หวัดใหญ่
เมื่อไหร่ควรพบแพทย์?
หากมีอาการไข้สูงต่อเนื่องเกิน 3 วัน หรือมีอาการหายใจลำบาก ควรรีบพบแพทย์ทันที โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคเรื้อรัง เพราะไข้หวัดใหญ่อาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้
วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ควรฉีดเมื่อไหร่ และถี่แค่ไหนจึงจะเหมาะสม?
ช่วงอายุที่เหมาะสมสำหรับเริ่มต้นเข้ารับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ สามารถเริ่มฉีดได้ในทารกตั้งแต่อายุ 6 เดือนขึ้นไป และจำเป็นต้องได้รับวัคซีนทุกปี ปีละ 1 ครั้ง เนื่องจากวัคซีนจะมีการเปลี่ยนชนิดสายพันธุ์ย่อยไปทุกปีตามที่องค์การอนามัยโลก (WHO) คาดว่าจะระบาดในปีนั้นๆ เพื่อเป็นการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันโรคให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่พร้อมรับมือกับเชื้อที่จะเข้ามาใหม่ โดยเราสามารถแบ่งตามช่วงอายุของผู้เข้ารับการฉีดได้ดังนี้
7 กลุ่มเสี่ยงที่ควรได้รับวัคซีน
ประโยชน์ของการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่
การฉีดวัคซีนช่วยกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนและลดความรุนแรงของโรคไข้หวัดใหญ่ หลังฉีดวัคซีน ร่างกายจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ในการสร้างภูมิคุ้มกัน และภูมิคุ้มกันนี้จะคงอยู่ได้นานประมาณ 1 ปี ดังนั้น การฉีดวัคซีนเป็นประจำทุกปีจึงเป็นสิ่งสำคัญในการดูแลสุขภาพและป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่
