โทร

074 - 200200

โทร

074 - 200200

อุบัติเหตุฉุกเฉิน

074 - 200201

เชื้อ H. pylori ภัยเงียบในกระเพาะอาหาร เชื้อที่อาจนำไปสู่มะเร็ง

ฝ่ายการตลาด | 23 กรกฏาคม 2569 เวลา 09:28

การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันที่สภาพแวดล้อมและวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปมีผลกระทบต่อสุขภาพของเรา หนึ่งในเรื่องที่ควรให้ความสำคัญคือสุขภาพทางเดินอาหาร ซึ่งเป็นระบบที่มีความซับซ้อนและมีผลต่อสุขภาพโดยรวมของร่างกาย การติดเชื้อเอชไพโลไร (Helicobacter pylori) เป็นปัจจัยหนึ่งที่มีผลกระทบต่อสุขภาพทางเดินอาหารอย่างยิ่ง ในบทความนี้ เราจะมาเจาะลึกเรื่องการตรวจเอชไพโลไร ว่ามีความสำคัญอย่างไร ใครบ้างที่ควรตรวจ และวิธีการตรวจที่มีอยู่ในปัจจุบัน

เอชไพโลไรคืออะไร ?

เอชไพโลไร (Helicobacter pylori) เป็นแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่มีรูปร่างเกลียวซึ่งอาศัยอยู่ในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น แบคทีเรียนี้มีความสามารถพิเศษที่สามารถอยู่รอดในสภาพแวดล้อมที่เป็นกรดเข้มข้นของกระเพาะอาหารได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่แบคทีเรียชนิดอื่น ๆ ไม่สามารถทำได้ เอชไพโลไรสามารถทำให้เกิดการอักเสบของเยื่อบุกระเพาะอาหาร แผลในกระเพาะอาหาร และยังเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่อาจนำไปสู่การเกิดมะเร็งกระเพาะอาหารได้

 

การติดเชื้อเอชไพโลไรเกิดขึ้นได้อย่างไร ?

การติดเชื้อเอชไพโลไรสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย โดยทั่วไปแล้วการติดเชื้อนี้มักเกิดจากการติดต่อระหว่างบุคคล ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้จากการสัมผัสใกล้ชิด การใช้สิ่งของร่วมกัน หรือการบริโภคอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อนแบคทีเรีย เช่น การรับประทานอาหารที่ไม่ได้ปรุงสุกอย่างทั่วถึง การดื่มน้ำที่ไม่สะอาด หรือการดูแลสุขอนามัยไม่ดีพอ เป็นต้น สามารถเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อเอชไพโลไรได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการขาดแคลนน้ำสะอาดและมีสภาพแวดล้อมที่ไม่ถูกสุขลักษณะ

 

อาการของผู้ที่ติดเชื้อเอชไพโลไร

การติดเชื้อเอชไพโลไรอาจไม่มีอาการที่ชัดเจน และผู้ป่วยอาจไม่รู้ว่าตนเองติดเชื้อจนกระทั่งเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงขึ้น อย่างไรก็ตาม มีอาการบางอย่างที่อาจบ่งบอกถึงการติดเชื้อเอชไพโลไร เช่น

• ปวดท้อง

• แสบร้อนกลางอก

• คลื่นไส้และอาเจียน

• น้ำหนักลดเนื่องจากการเบื่ออาหารและการย่อยอาหารที่ไม่ดี

• อาการท้องอืด แน่นท้อง ไม่สบายท้องหลังรับประทานอาหาร

ใครบ้างที่ควรตรวจเอชไพโลไร

• ผู้ที่เป็นแผลในกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็กส่วนต้น

• ผู้ที่มีอาการกระเพาะอาหารอักเสบที่ไม่ทราบสาเหตุ

• ผู้ที่มีประวัติครอบครัวของโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร

• ผู้ที่มีอาการอาหารไม่ย่อยเรื้อรัง

• ผู้ที่มีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก

• ผู้ที่มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ

 

ตรวจเชื้อเอชไพโลไรจากปัสสาวะ

การตรวจเชื้อเอชไพโลไรจากปัสสาวะ สามารถทราบผลภายใน 15 นาที ไม่ต้องงดอาหาร น้ำ และยา เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่เคยได้รับการรักษาโรคติดเชื้อเอชไพโรไลมาก่อน ผู้ที่สงสัยว่าจะติดเชื้อเอชไพโลไร เช่น ใกล้ชิดหรืออยู่ร่วมบ้านกับผู้ติดเชื้อเอชไพโลไร การรับประทานอาหาร สุกๆ ดิบๆ หรือปนเปื้อน เนื่องจากเชื้อเอชไพโรไลเป็นเชื้อที่ติดต่อจากคนสู่คน การตรวจพบและได้รับการรักษากำจัดเชื้อ จะช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นโรคมะเร็งกระเพาะอาหารได้

การเตรียมตัวก่อนตรวจ

• ไม่ต้องงดน้ำ งดอาหาร หรือยาก่อนตรวจ

• ผู้ที่อยู่ระหว่างมีรอบเดือน แนะนำตรวจห่างจากวันหมดรอบเดือนประมาณ 7 วัน

• เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่เคยตรวจ และรักษาเชื้อเอชไพโลไรมาก่อน

 

การตรวจหาเชื้อเอชไพโลไร (Helicobacter pylori) ถือเป็นกระบวนการที่สำคัญในการดูแลสุขภาพระบบย่อยอาหาร เชื้อเอชไพโลไรเป็นแบคทีเรียที่มีความสามารถในการอยู่รอดในสภาพกรดสูงของกระเพาะอาหาร ซึ่งทำให้เกิดการติดเชื้อและอาการต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต เช่น อาการปวดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ กรดไหลย้อน และอาการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบย่อยอาหาร การดูแลสุขภาพของตนเอง และการเฝ้าระวังอาการเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันและจัดการกับการติดเชื้อเอชไพโลไร

 

หากมีอาการที่น่าสงสัยหรือมีความเสี่ยงในการติดเชื้อเอชไพโลไร อย่าลังเลที่จะเข้ารับการตรวจ การดูแลสุขภาพของตนเองอย่างต่อเนื่องและการป้องกันคือกุญแจสำคัญในการรักษาชีวิตที่มีสุขภาพดีในระยะยาว

black_ribbon_bottom_right