โทร

074 - 200200

โทร

074 - 200200

อุบัติเหตุฉุกเฉิน

074 - 200201

ภัยเงียบ ‘มะเร็งปากมดลูก’ คร่าชีวิตผู้หญิงไทยทุก 2 ชั่วโมง

ฝ่ายการตลาด | 24 เมษายน 2569 เวลา 13:02

แพทย์เตือนอย่าละเลยการตรวจคัดกรอง และฉีควัคซีน HPV ป้องกัน

“มะเร็งปากมดลูก”  ยังคงเป็นหนึ่งในโรคมะเร็งที่สร้างความสูญเสียต่อผู้หญิงไทยอย่างมาก โดยเฉลี่ย ทุก ๆ 2 ชั่วโมง จะมีผู้หญิงไทย 1 คนเสียชีวิตจากโรคนี้ แม้ว่าการรณรงค์ด้านวัคซีนและการตรวจคัดกรองจะช่วยลดจำนวนผู้เสียชีวิตลง จากเดิมที่เคยมีผู้หญิงไทยเสียชีวิตทุก 7 นาที 1 คน แต่โรคนี้ยังคงเป็นภัยเงียบที่ไม่ควรถูกมองข้าม

 

 

มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่พบบ่อยเป็นอันดับ 2 ของสตรีไทย รองจากมะเร็งเต้านม โดยมีอุบัติการณ์เฉลี่ย 14.9 ต่อประชากรหญิง 100,000 คน สาเหตุหลักเกิดจากการติดเชื้อไวรัส HPV (Human Papillomavirus) ซึ่งติดต่อได้ง่าย โดยเฉพาะผ่านการมีเพศสัมพันธ์ นอกจากนี้ เชื้อไวรัสดังกล่าวยังสัมพันธ์กับมะเร็งชนิดอื่น ๆ เช่น

1. มะเร็งช่องคลอด

2. มะเร็งอวัยวะเพศภายนอก

3. มะเร็งช่องปากและลำคอ และ 4. มะเร็งทวารหนัก

 

             แม้โดยทั่วไป ร่างกายสามารถกำจัดเชื้อ HPV ได้เองภายใน 1 ปี แต่หากติดเชื้อสายพันธุ์เสี่ยงสูง เช่น HPV 16 และ 18 และระบบภูมิคุ้มกันไม่สามารถกำจัดได้ เซลล์บริเวณปากมดลูกจะเกิดการเปลี่ยนแปลงและอาจพัฒนาเป็นมะเร็งภายในระยะเวลา 3–10 ปี “สิ่งที่น่ากังวลคือ มะเร็งปากมดลูกในระยะแรกแทบไม่แสดงอาการใดๆ ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าตนเองมีความผิดปกติ จนกว่าจะเข้าสู่ระยะที่โรคลุกลามและยากต่อการรักษา

           อาการที่อาจพบเมื่อโรคดำเนินไป เช่น ตกขาวผิดปกติ มีกลิ่นเหม็นหรือปนเลือด เลือดออกขณะมีเพศสัมพันธ์ หรือเลือดออกผิดปกติที่ไม่ใช่ประจำเดือน หากกดเบียดอวัยวะข้างเคียงอาจทำให้ปวดท้องน้อย ขาบวม ปวดหลัง หรือเกิดภาวะไตวาย ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสัญญาณอันตรายที่ไม่ควรละเลย ควรต้องรีบมาพบแพทย์

 

 

 สำหรับแนวทางการรักษา หากตรวจพบในระยะเริ่มต้นสามารถผ่าตัดได้และมีโอกาสหายสูง แต่หากเข้าสู่ระยะที่เป็นมากขึ้น (ระยะ 2–4) ไม่สามารถผ่าตัดได้ จำเป็นต้องรักษาด้วยการฉายแสงร่วมกับเคมีบำบัด และอาจใช้ยาภูมิคุ้มกันบำบัดหรือยาพุ่งเป้าร่วมด้วย ทำให้ค่าใช้จ่ายในการรักษาสูงขึ้นและโอกาสหายขาดลดลง

“การฉีดวัคซีน HPV ถือเป็นเกราะป้องกันด่านแรก แต่ไม่ใช่วิธีการป้องกันที่สมบูรณ์ วัคซีนไม่สามารถป้องกันได้ 100% ดังนั้นผู้หญิงทุกคนยังคงต้องเข้ารับการตรวจคัดกรองอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการตรวจ Pap smear หรือการตรวจหาเชื้อ HPV ร่วมกัน เพื่อให้สามารถตรวจพบความผิดปกติในระยะเริ่มต้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่การรักษามีประสิทธิภาพสูงที่สุด”

 

 

“มะเร็งปากมดลูก” เป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ หากผู้หญิงทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการฉีดวัคซีนและการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ อย่ารอให้มีอาการ เพราะนั่นอาจหมายถึงการพบโรคในระยะที่สายเกินไป การตรวจพบเร็ว คือโอกาสในการรักษาและการรอดชีวิตที่สูงกว่า